หลายคนอาจจะเคยสับสนว่า ‘ลิขสิทธิ์’ กับ ‘สิทธิบัตร’ ใช่อย่างเดียวกันรีเปล่า? วันนี้จะพามาไขข้อสงสัยของความแตกต่างระหว่าง ‘ลิขสิทธิ์’ กับ ‘สิทธิบัตร’ โดยมีหลักพิจารณา ดังนี้
ลิขสิทธิ์ กับ สิทธิบัตร มีความแตกต่างกันอย่างไร?
ลิขสิทธิ์ และ สิทธิบัตร ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาด้วยกันทั้งคู่ โดยทั้งสองประเภทนั้นมีความแตกต่างกันคือลักษณะงานที่คุ้มครอง และ ระยะเวลาในการคุ้มครอง โดยมีรายละเอียดดังนี้
สิทธิบัตร มีการคุ้มครองอย่างไร?
สิทธิบัตรการประดิษฐ์ คือ การคุ้มครองงานประดิษฐ์ในลักษณะทางวิศวกรรม องค์ประกอบ สูตร กรรมวิธี หรือระบบของงานประดิษฐ์ และเน้นการประดิษฐ์ที่มีลักษณะของการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่ไม่สามารถคิดค้นขึ้นโดยง่าย
ระยะเวลาคุ้มครอง: 20 ปีนับจากวันยื่นคำขอ หรือเท่าระยะเวลาที่ชำระค่าธรรมเนียมรายปี
อนุสิทธิบัตร คือ การคุ้มครองงานประดิษฐ์ในลักษณะทางวิศวกรรม องค์ประกอบ สูตร กรรมวิธี หรือระบบของงานประดิษฐ์ที่มีระดับเทคโนโลยีไม่สูงมาก หรือเป็นการประดิษฐ์ที่คิดค้นเพื่อการแก้ไขปัญหาเดิม ต่อยอด เพียงเล็กน้อย
ระยะเวลาคุ้มครอง: 6 ปี และขอขยายเวลาคุ้มครองได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี (รวม 10 ปี)
สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คือ การคุ้มครองงานออกแบบลักษณะภายนอก ทั้ง รูปร่าง รูปทรง ลักษณะ ลวดลาย หรือสีของผลิตภัณฑ์
ระยะเวลาคุ้มครอง: 10 ปีนับจากวันยื่นคำขอ หรือเท่าระยะเวลาที่ชำระค่าธรรมเนียมรายปี
ลิขสิทธิ์ มีการคุ้มครองอย่างไร?
ลิขสิทธิ์ คือ การคุ้มครองงาน หรือความคิดสร้างสรรค์ โดยกฎหมายจะให้ความคุ้มครองงาน 9 ประเภท ได้แก่ งานวรรณกรรม, งานนาฎกรรม, งานศิลปกรรม, งานดนตรีกรรม, งานโสตทัศนวัสดุ, งานภาพยนตร์, งานสิ่งบันทึกเสียง, งานแพร่เสียงแพร่ภาพ และ งานอื่นในแผนกวรรณคดี
ระยะเวลาคุ้มครอง: คุ้มครองโดยอัตโนมัตินับตั้งแต่สร้างสรรค์ผลงานขึ้น และมีอายุการคุ้มครองไปจนถึง 50 ปีหลังจากที่เจ้าของลิขสิทธิ์เสียชีวิต
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : ลิขสิทธิ์เบื้องต้น
โลโก้ ถือเป็นลิขสิทธิ์หรือไม่?
หลายคนอาจสงสัยว่าโลโก้หรือแบรนด์ที่ออกแบบขึ้นมาสามารถจดเป็นสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ได้หรือไม่ ต้องชี้แจงว่าโลโก้หรือแบรนด์ที่ต้องการใช้เป็นเครื่องหมายการค้านั้น ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรได้ เนื่องจากจะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าแยกต่างหาก
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
แม้ว่าโลโก้จะเป็นภาพวาดหรือลายกราฟิก ซึ่งอาจได้รับการคุ้มครองตาม พรบ. ลิขสิทธิ์ แต่เมื่อวัตถุประสงค์คือการใช้เป็นเครื่องหมายการค้า จึงต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ถูกต้อง
สรุปให้เข้าใจง่ายมากขึ้น:
- ต้องการใช้โลโก้เป็นเครื่องหมายการค้าหรือแบรนด์ → จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
- ประดิษฐ์สิ่งใหม่ มีงานวิจัยหรืองานออกแบบผลิตภัณฑ์ → จดสิทธิบัตร
- มีงานประพันธ์ วรรณกรรม ภาพวาด ภาพถ่าย งานแต่งเพลง หรืองานศิลปะอื่น ๆ → จดลิขสิทธิ์
ที่มาของข้อมูล : กรมทรัพย์สินทางปัญญา https://www.ipthailand.go.th
หากผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการปรึกษาการวางแผนธุรกิจและการจดทะเบียนสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ EASTPARK มีบริการให้คำปรึกษาและแนะนำทางธุรกิจ รวมถึงสำนักงานบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IPMO) ที่คอยดูแลเรื่องการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะ
📍สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือปรึกษาการจดทะเบียนสิทธิบัตรได้ที่
🟩 Line OA : @eastparkbuu หรือ คลิก