Table of Contents
สิทธิบัตร คืออะไร?
สิทธิบัตร คือเอกสารทางกฎหมายที่ออกเพื่อคุ้มครองการคิดค้นสร้างสรรค์ที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์ (Invention) ที่ต้องใช้กระบวนการในการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Industrial Design) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด โดยรัฐจะออกหนังสือสำคัญให้เพื่อคุ้มครองงานดังกล่าวในช่วงระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
โดยให้สิทธิ์เฉพาะแก่เจ้าของในการผลิต ขาย ให้เช่า หรือแจกจ่ายการประดิษฐ์ในประเทศที่ได้รับการคุ้มครอง เจ้าของสิทธิบัตรสามารถกีดกันผู้อื่นจากการใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์หรือการออกแบบนั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีประโยชน์ใช้สอย เช่น อุปกรณ์ที่มีการทำงานเฉพาะ หรือการออกแบบที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น รูปทรง ลวดลาย หรือสีของผลิตภัณฑ์
สิทธิบัตร มีกี่ประเภท?
พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542 ได้จำแนกประเภทของสิทธิบัตรออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
สิทธิบัตรการประดิษฐ์
สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Invention Patent) ให้ความคุ้มครองการคิดค้นเกี่ยวกับลักษณะองค์ประกอบโครงสร้างหรือกลไกของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรรมวิธีในการผลิต การเก็บรักษา หรือการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์
ลักษณะงานที่ได้รับความคุ้มครอง:
- สิ่งประดิษฐ์ต้องเป็นสิ่งใหม่
- สิ่งประดิษฐ์ต้องมีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น
- สิ่งประดิษฐ์ต้องสามารถใช้ในอุตสาหกรรมได้
ระยะเวลาคุ้มครอง: 20 ปีนับจากวันยื่นคำขอ หรือเท่าระยะเวลาที่ชำระค่าธรรมเนียมรายปี
อนุสิทธิบัตร
อนุสิทธิบัตร (Petty Patent) ให้ความคุ้มครองด้านความคิดสร้างสรรค์จากความคิดที่มีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีไม่สูงมาก อาจคิดค้นขึ้นใหม่ หรือปรับปรุงจากการประดิษฐ์ที่มีอยู่ก่อนเพียงเล็กน้อย
ลักษณะงานที่ได้รับความ
- คุ้มครอง:ต้องเป็นสิ่งใหม่
- ต้องสามารถใช้ในอุตสาหกรรมได้
ระยะเวลาคุ้มครอง: 6 ปี และขอขยายเวลาคุ้มครองได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี (รวม 10 ปี)
สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design Patent) ให้ความคุ้มครองความคิดสร้างสรรค์ที่เกี่ยวกับรูปร่างลักษณะภายนอกของตัวผลิตภัณฑ์ องค์ประกอบของลวดลาย หรือสีของผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถใช้เป็นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รวมทั้งหัตถกรรมได้ และแตกต่างไปจากเดิม
ลักษณะงานที่ได้รับความคุ้มครอง:
- ต้องเป็นสิ่งใหม่
- การออกแบบต้องสามารถใช้ในอุตสาหกรรมหรืองานหัตถกรรมได้
ระยะเวลาคุ้มครอง: 10 ปีนับจากวันยื่นคำขอ หรือเท่าระยะเวลาที่ชำระค่าธรรมเนียมรายปี
ประโยชน์ของการจดสิทธิบัตร
แม้ว่าการจดสิทธิบัตรจะเป็นากรคุ้มครองในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่การที่ผลงานการประดิษฐ์ไม่มีการปกป้อง ก็อาจจะทำให้มีผู้อื่นใช้ประโยชน์จากผลงานโดยไม่ได้รับความยินยอมได้ การจดสิทธิบัตรจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่า ป้องกันการละเมิด รวมถึงข้อได้เปรียบอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- คุ้มครองสิทธิในผลงาน ป้องกันการถูกละเมิด
- การันตีความเป็นเจ้าของผลงานอย่างถูกกฎหมาย
- เป็นหลักฐานการซื้อขายหรือการอนุญาติให้นำไปใช้
- สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
- การเพิ่มโอกาสทางธุรกิจหาพันธมิตรและผู้ลงทุน
- เสริมความน่าเชื่อถือในตลาด ช่วยให้ลูกค้าหรือพันธมิตรเกิดความมั่นใจได้มากขึ้น
- เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนในความทุ่มเท สร้างสรรค์งานประดิษฐ์ให้กับผู้ประดิษฐ์หรือผู้ออกแบบ
- สร้างแรงจูงใจให้เกิดวัฒนธรรมในการสร้างสรรค์และประดิษฐ์สิ่งใหม่
ขั้นตอนการจดสิทธิบัตร
1. ร่างคำขอรับสิทธิบัตร
2. เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
3. ยื่นคำขอรับสิทธิบัตร ชำระค่าธรรมเนียม โดยสามารถยื่นคำขอได้ 2 ช่องทาง ได้แก่
- ยื่นขอโดยตรงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมชำระค่าธรรมเนียม
สถานที่: ส่วนบริหารงานจดทะเบียน (ชั้น 3) สำนักสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เลขที่ 44/100 ถ. สนามบินน้ำ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด - ส่งคำขอทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมชำระค่าธรรมเนียม โดยชำระทางธนาณัติสั่งจ่ายในนาม กรมทรัพย์สินทางปัญญา
เอกสารประกอบการจดสิทธิบัตร
สิทธิบัตรการประดิษฐ์ และอนุสิทธิบัตร
จดในนามบุคคลธรรมดา
กรณีผู้ประดิษฐ์เป็นบุคคลเดียวกับผู้ขอถือสิทธิ
1. แบบพิมพ์คำขอ
2. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขอรับความคุ้มครองและผู้ประดิษฐ์
3. คำรับรองเกี่ยวกับสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร
4. หนังสือมอบอำนาจ (กรณียื่นผ่านตัวแทน)
5. รายละเอียดคำขอรับสิทธิบัตร
- รายละเอียดการประดิษฐ์
- ข้อถือสิทธิ
- รูปภาพ (ถ้ามี)
- บทสรุปการประดิษฐ์
กรณีผู้ประดิษฐ์กับผู้ขอถือสิทธิเป็นคนละคนกัน
1. แบบพิมพ์คำขอ
2. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขอรับความคุ้มครอง
3. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประดิษฐ์
4. หนังสือสัญญาโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร
5. หนังสือมอบอำนาจ (กรณียื่นผ่านตัวแทน)
6. รายละเอียดคำขอรับสิทธิบัตร
- รายละเอียดการประดิษฐ์
- ข้อถือสิทธิ
- รูปภาพ (ถ้ามี)
- บทสรุปการประดิษฐ์
จดในนามนิติบุคคล
1. แบบพิมพ์คำขอจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร
2. สำเนาหนังสือรับรองบริษัท/ห้างหุ้นส่วน
3. สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท/ห้างหุ้นส่วน
4. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประดิษฐ์
5. หนังสือสัญญาโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร
6. หนังสือมอบอำนาจ (กรณียื่นผ่านตัวแทน)
7. รายละเอียดคำขอรับสิทธิบัตร
- รายละเอียดการประดิษฐ์
- ข้อถือสิทธิ
- รูปภาพ (ถ้ามี)
- บทสรุปการประดิษฐ์
สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
จดในนามบุคคลธรรมดา
กรณีผู้ประดิษฐ์เป็นบุคคลเดียวกับผู้ขอถือสิทธิ
1. แบบพิมพ์คำขอ
2. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขอรับความคุ้มครองและผู้ประดิษฐ์
3. คำรับรองเกี่ยวกับสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร
4. หนังสือมอบอำนาจ (กรณียื่นผ่านตัวแทน)
5. รายละเอียดคำขอรับสิทธิบัตร
- รายละเอียดการประดิษฐ์
- ข้อถือสิทธิ
- รูปภาพ (ถ้ามี)
- บทสรุปการประดิษฐ์
กรณีผู้ประดิษฐ์กับผู้ขอถือสิทธิเป็นคนละคนกัน
1. แบบพิมพ์คำขอ
2. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขอรับความคุ้มครอง
3. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประดิษฐ์
4. หนังสือสัญญาโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร
5. หนังสือมอบอำนาจ (กรณียื่นผ่านตัวแทน)
6. รูปภาพภายนอกของงานประดิษฐ์ทั้ง 6 ด้าน พร้อมภาพไอโซเมตริก
จดในนามนิติบุคคล
1. แบบพิมพ์คำขอ
2. สำเนาหนังสือรับรองบริษัท/ห้างหุ้นส่วน
3. สำเนาบัตรประขาชนของผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท/ห้างหุ้นส่วน
4. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประดิษฐ์
5. หนังสือสัญญาโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร
6. หนังสือมอบอำนาจ (กรณียื่นผ่านตัวแทน)
7. รูปภาพภายนอกของงานประดิษฐ์ทั้ง 6 ด้าน พร้อมภาพไอโซเมตริก
ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร ต่างกันอย่างไร?
อันดับแรกก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ลิขสิทธิ์ เป็นกฎหมายที่มีไว้คุ้มครองงานสร้างสรรค์ที่มีลักษณะเป็นงานศิลปกรรม วรรณกรรม งานถ่ายภาพ งานแพร่ภาพกระจายเสียง หรืองานสร้างสรรค์อื่น ๆ 9 ประเภท ซึ่งมีระบุไว้ในพรบ.ลิขสิทธิ์ ส่วน สิทธิบัตร นั้นมีไว้เพื่อคุ้มครองงานประดิษฐ์ งานออกแบบผลิตภัณฑ์ หรืองานวิจัย ซึ่งจะต้องมีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสามารถผลิตได้ในระบบอุตสาหกรรมด้วย
อ่านรายละเอียดต่อได้: ที่นี่
ทำไมถึงต้องจดสิทธิบัตร?
การจดสิทธิบัตร เป็นการคุ้มครองความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบต่าง ๆ โดยการเปลี่ยนทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน (Intangible Asset) ให้กลายเป็นสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จับต้องได้ (Executive Right) ของผู้ยื่นจดทะเบียนในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจะช่วยสร้างข้อได้เปรียบให้กับธุรกิจของผู้ประกอบการ และป้องกันการถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่มิชอบและอาจก่อความเสียหายต่อธุรกิจได้
หากผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการปรึกษาการวางแผนธุรกิจและการจดทะเบียนสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ EASTPARK มีบริการให้คำปรึกษาและแนะนำทางธุรกิจ รวมถึงสำนักงานบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IPMO) ที่คอยดูแลเรื่องการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะ
📍สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือปรึกษาการจดทะเบียนสิทธิบัตรได้ที่
🟩 Line OA : @eastparkbuu หรือ คลิก