Customer Journey คืออะไร?

ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดออนไลน์ แบรนด์ต่าง ๆ กำลังค้นหาวิธีที่จะโดดเด่นและสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค “Customer Journey” หรือเส้นทางของผู้บริโภค เปรียบเสมือนแผนที่แสดงเส้นทางของลูกค้า ตั้งแต่เริ่มต้นรู้จักแบรนด์ ไปจนถึงการกลายเป็นลูกค้าประจำ การเข้าใจและใช้ประโยชน์จากแผนที่นี้อย่างตรงจุด จะช่วยให้ธุรกิจสามารถออกแบบจุดสัมผัสที่สร้างความประทับใจและเชื่อมโยงกับลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง

ทำไมการสร้าง Customer Journey ถึงสำคัญ

ปัจจุบันผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย การแข่งขันสูง และช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย ธุรกิจที่เข้าใจว่าลูกค้ากำลังคิดอะไร รู้สึกอย่างไร และต้องการอะไรในแต่ละขั้นตอน จะสามารถสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจและนำไปสู่การเพิ่มยอดขายและความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

เส้นทางของ Customer Journey

วิธีการของ Customer Journey จะแบ่งออกเป็นขั้นตอนต่าง ๆ 5 ขั้น ได้แก่ Awareness, Consideration, Purchase, Retention, และ Advocacy ซึ่งสามารถนำมาปรับเพื่อให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าของแต่ละธุรกิจได้เช่นกัน

Awareness การรับรู้

ขั้นตอนแรกในกระบวนการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า คือ การทำให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ถึงการมีอยู่ของแบรนด์ (Awareness) โดยในระยะนี้ กลุ่มเป้าหมายจะเริ่มรู้จักบริษัท เรียนรู้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และสัมผัสกับเรื่องราว (Storytelling) ที่แบรนด์ตั้งใจนำเสนออย่างมีกลยุทธ์
ในขั้นตอนสำคัญนี้ แบรนด์จะใช้ “สื่อ” เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ
  • ป้ายโฆษณาทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์
  • การตลาดผ่านอีเมล (Email Marketing)
  • การบอกต่อจากคนรู้จัก (Word of Mouth)

Tips กลยุทธ์สำหรับขั้นตอนนี้:

  • สร้างเนื้อหาที่ให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับปัญหาที่กลุ่มเป้าหมายกำลังค้นหา
  • ทำการตลาดผ่าน SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้เว็บไซต์ปรากฏในผลการค้นหา
  • ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสร้างการรับรู้และขยายการเข้าถึง
  • จัดทำโฆษณาที่มุ่งเน้นการให้ความรู้มากกว่าการขาย
  • สร้างพอดแคสต์ วิดีโอ หรือเว็บบินาร์ที่ให้ข้อมูล

Consideration การพิจารณา

ขั้นตอนที่สองเกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มเป้าหมายได้ตระหนักถึงการมีอยู่ของแบรนด์แล้วและเริ่มเกิดความสนใจ ในระยะนี้ ลูกค้าจะเริ่มทำความรู้จักกับแบรนด์อย่างลึกซึ้งมากขึ้นเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจว่าจะอุดหนุนสินค้าหรือบริการหรือไม่

ในขั้นตอนสำคัญนี้ กิจกรรมทางการตลาดของกลุ่มเป้าหมายมักเกี่ยวข้องกับการแสวงหาและรวบรวมข้อมูล รวมถึงการเปรียบเทียบกับแบรนด์คู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็น

  • การอ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง
  • การค้นหาข้อมูลสินค้าผ่าน Google
  • การติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโดยตรง
  • การเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด เช่น งานสัมมนาออนไลน์หรือการไลฟ์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ

Tips กลยุทธ์สำหรับขั้นตอนนี้:

  • นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของแบรนด์
  • แสดงจุดเด่นและความแตกต่างจากคู่แข่ง
  • ใช้กรณีศึกษาและความคิดเห็นจากลูกค้าเดิมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  • เสนอทดลองใช้ฟรี หรือการสาธิตผลิตภัณฑ์
  • ใช้การตลาดผ่านอีเมลเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ผู้ที่สนใจ

Purchase การซื้อสินค้า/ใช้บริการ

ขั้นตอนที่สามคือช่วงเวลาที่ลูกค้าได้ตัดสินใจแล้วว่าจะบริโภคผลิตภัณฑ์หรือบริการของเรา โดยเริ่มตั้งแต่การสร้างบัญชีหรือกรอกข้อมูลเพื่อการซื้อขาย ไปจนถึงการชำระเงินผ่านช่องทางที่หลากหลาย ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าระยะการพิจารณา

ในขั้นตอนนี้ หากเกิดความสะดุดหรือขัดข้องระหว่างกระบวนการซื้อขาย เช่น:

  • ระบบการชำระเงินเกิดปัญหา
  • ลูกค้าได้รับความยุ่งยากเกินความจำเป็น
  • ได้รับบริการที่ไม่เป็นที่พึงพอใจจากพนักงานขาย

สถานการณ์เหล่านี้อาจนำไปสู่การล้มเลิกความตั้งใจซื้อของลูกค้า หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือการเปลี่ยนใจไปอุดหนุนผลิตภัณฑ์หรือบริการของคู่แข่งแทน

Tips กลยุทธ์สำหรับขั้นตอนนี้:

  • สร้างกระบวนการสั่งซื้อที่ง่ายและไม่ซับซ้อน
  • เสนอตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย
  • แสดงนโยบายการคืนสินค้าและการรับประกันที่ชัดเจน
  • ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาการจัดส่งและค่าใช้จ่าย
  • ใช้การตลาดแบบ Remarketing เพื่อดึงลูกค้าที่ลังเลกลับมา

Retention การซื้อซ้ำ

ขั้นตอนที่สี่เป็นระยะที่ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในคุณภาพของสินค้าและบริการ ความประทับใจนี้จะส่งผลให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นลูกค้าประจำที่มีคุณค่าต่อธุรกิจในระยะยาว นอกเหนือจากคุณภาพของสินค้าแล้ว ปัจจัยสำคัญอีกประการที่ส่งผลให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำคือประสบการณ์หลังการขาย ได้แก่

  • คุณภาพของบริการขนส่ง
  • การให้บริการจากพนักงานในส่วนต่าง ๆ ที่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง
  • ความสะดวกในการเข้าถึงบริการหลังการขายผ่านศูนย์ช่วยเหลือ (Help Center)
  • ระบบการรับประกันสินค้า
  • การติดตามความพึงพอใจผ่านอีเมล

ความประทับใจในขั้นตอนนี้จะสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำและเพิ่มโอกาสในการพัฒนาความสัมพันธ์สู่ระยะถัดไป

Tips กลยุทธ์สำหรับขั้นตอนนี้:

  • ส่งข้อความ/อีเมล เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เช่น ขอบคุณ การแนะนำวิธีการใช้สินค้าหรือบริการ
  • ติดตามความพึงพอใจและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว
  • สร้างชุมชนออนไลน์สำหรับลูกค้า (User Community) เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์
  • ให้ความรู้และเคล็ดลับในการใช้สินค้าหรือบริการให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • นำเสนอสินค้าหรือบริการเสริมที่เกี่ยวข้อง (Cross-selling)

Advocacy การบอกต่อ

ขั้นตอนสุดท้ายและทรงคุณค่าที่สุดคือ ช่วงที่ลูกค้าซึ่งได้ใช้สินค้ามาอย่างต่อเนื่อง เกิดการบอกต่อถึงความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีจากการใช้สินค้าให้กับครอบครัวและคนรู้จัก ส่งผลให้ผู้ได้รับการบอกต่อเกิดความสนใจในสินค้า และมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นลูกค้าใหม่ในที่สุด

การตลาดแบบบอกต่อถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่ทรงพลังมากที่สุด โดยผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคจะเชื่อถือข้อมูลสินค้าที่มาจากการบอกต่อของคนรู้จักมากกว่าข้อมูลที่นำเสนอโดยแบรนด์เองหรือจากสื่อโฆษณาใด ๆ

Tips กลยุทธ์สำหรับขั้นตอนนี้:

  • สร้างโปรแกรมการแนะนำลูกค้าใหม่ (Referral Program)
  • ขอรีวิวและความคิดเห็นเพื่อนำไปปรับปรุง
  • จัดกิจกรรม มอบสิทธิพิเศษ และส่วนลดสำหรับลูกค้าประจำ
  • แสดงความขอบคุณและให้การยอมรับลูกค้าที่ช่วยสนับสนุนแบรนด์

ดังนั้น หากธุรกิจสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าจนนำไปสู่การบอกต่ออย่างกว้างขวางได้ ผลลัพธ์ที่จะได้รับ นอกจากการรักษาฐานลูกค้าเดิมได้แล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับลูกค้าใหม่ในอนาคตอีกด้วย

การวิเคราะห์และปรับปรุง Customer Journey

การสร้าง Customer Journey Map

Customer Journey Map คือเครื่องมือที่เกิดจากการนำทฤษฎี Customer Journey มาประยุกต์ใช้ ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์มองเห็นภาพรวมของประสบการณ์ลูกค้าและระบุจุดที่ต้องปรับปรุง โดยในแผนผังจะแสดงลำดับขั้นตอนว่า การที่กลุ่มเป้าหมายกลายเป็นลูกค้านั้น พวกเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง พร้อมทั้งระบุรายละเอียดที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอน ดังนี้

  • ขั้นตอนของการเดินทาง (Phrase) – ลำดับขั้นของกลุ่มเป้าหมาย แบ่งการเดินทางของลูกค้าออกเป็นขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การรับรู้ไปจนถึงการสนับสนุน
  • เป้าหมายของลูกค้า (Action) – การกระทำของลูกค้าที่ต้องการบรรลุในแต่ละขั้นตอน
  • จุดสัมผัส (Touchpoint) – ช่องทางและวิธีการที่ลูกค้าติดต่อกับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น สื่อ หน่วยงาน หรือพนักงานของแบรนด์
  • อารมณ์และความรู้สึก (Emotions and Feelings) – สิ่งที่ลูกค้ารู้สึกในแต่ละขั้นตอน
  • ปัญหาและอุปสรรค (Pain Points) – ปัญหาที่ลูกค้าได้รับและอาจขัดขวางไม่ให้ลูกค้าไปถึงขั้นตอนถัดไป
  • โอกาสในการปรับปรุง (Solutions) – วิธีการแก้ไขปัญหาและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า

การใช้ข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์

การวัดและวิเคราะห์ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในการปรับปรุง Customer Journey อย่างต่อเนื่อง เครื่องมือและวิธีการที่นิยมใช้ ได้แก่:

  • Google Analytics – ติดตามพฤติกรรมผู้ใช้บนเว็บไซต์ อัตราการออกจากหน้าเว็บ และช่องทางที่นำลูกค้ามา
  • แบบสำรวจความพึงพอใจ (Survey) – วัดความพึงพอใจของลูกค้าในแต่ละขั้นตอน
  • Net Promoter Score (NPS) – วัดความเป็นไปได้ที่ลูกค้าจะแนะนำแบรนด์ให้กับผู้อื่น
  • การวิเคราะห์โซเชียลมีเดีย – ติดตามการพูดถึงแบรนด์และความรู้สึกของผู้ใช้
  • การทดสอบ A/B – ทดสอบเวอร์ชันต่างๆ ของเว็บไซต์หรือแคมเปญเพื่อดูว่าอะไรที่ได้ผลดีที่สุด
  • Heat Maps – แสดงพื้นที่ที่ผู้ใช้คลิกและสนใจมากที่สุดบนเว็บไซต์

ประโยชน์ของ Customer Journey

  • สร้างประสบการณ์ที่ดีและน่าประทับใจให้กับลูกค้า เสริมภาพลักษณ์ในใจลูกค้าที่มีต่อแบรนด์
  • ขยายฐานลูกค้าใหม่ด้วยการตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ด้วยการวิเคราะห์แต่ละขั้นตอนของ Customer Journey เพื่อระบุจุดที่อาจเกิดข้อผิดพลาด
  • วางแผนกลยุทธ์ด้านการบริการอย่างเหมาะสม เพิ่มความน่าเชื่อถือและคุณค่าแบรนด์ในมุมมองของลูกค้า
  • ลดต้นทุนการตลาดจากการสร้างความพึงพอใจจนเกิดการใช้ซ้ำและการบอกต่อ นำไปสู่การได้ลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม

สรุปเกี่ยวกับ Customer Journey

Customer Journey หรือแผนที่นำทางลูกค้า คือกระบวนการที่ลูกค้าผ่านประสบการณ์กับแบรนด์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงการเป็นลูกค้าประจำ การเข้าใจและปรับปรุง Customer Journey อย่างต่อเนื่องนั้นเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในยุคดิจิทัล ธุรกิจที่สามารถมอบประสบการณ์ที่ราบรื่น สะดวก และตรงใจในทุกขั้นตอนจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน

เพราะการเข้าใจ Customer Journey คือการเข้าใจลูกค้า เริ่มวิเคราะห์แผนที่นำทางลูกค้าของธุรกิจวันนี้ และค้นพบโอกาสใหม่ ๆ ในการปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น!

หากผู้ประกอบการท่านใดที่ต้องการปรึกษาการวางแผนธุรกิจและการตลาด EASTPARK มีบริการให้คำปรึกษาและแนะนำธุรกิจ ออกแบบครบวงจร พร้อมโครงการบ่มเพาะ SME ที่จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับผู้ประกอบการในการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจได้

📍สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
🟩 Line OA : @eastparkbuu หรือ คลิก


ติดต่อ/สอบถาม EASTPARK

At EASTPARK, Where ideas come true.